ประชาสัมพันธ์ ป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี
โพสต์เมื่อ :26 มกราคม 2569

ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) คือ ภาวะการติดเชื้อของตับที่เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบบี โดยภาวะนี้เป็นจุดเริ่มต้นของโรคอันตรายร้ายแรงต่อตับ เช่น มะเร็งตับ, ตับแข็ง และตับวาย เป็นต้น การติดเชื้อไวรัสดังกล่าวจะมาจากสารที่หลั่งออกมาจากร่างกาย และสามารถติดต่อสู่ผู้อื่นได้ แต่ในประเทศไทยมักพบว่า มีการติดเชื้อโดยที่มีมารดาเป็นพาหะในการแพร่เชื้อไวรัสตับอักเสบบี

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไวรัสตับอักเสบบี

  • การติดต่อผ่านทางของเหลวที่ออกมาจากร่างกาย เช่น สารคัดหลั่ง, เลือด, น้ำเชื้อ และน้ำเหลือง เป็นต้น 

  • โรคนี้จะติดต่อจากคนสู่คน ต่อเมื่อของเหลวในร่างกายของผู้ติดเชื้อ ผ่านเข้าสู่ร่างกายของบุคคลอื่น โดยจะติดต่อได้ ผ่านทางบาดแผล, รอยแผล หรือผิวหนังถลอก

  • การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน

  • การใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น เข็มฉีดยา, แปรงสีฟัน, มีดโกน เป็นต้น

  • การติดต่อจากแม่ที่มีเชื้อไวรัสสู่ทารกในครรภ์

อาการของไวรัสตับอักเสบบี

ผู้ป่วยโรคนี้มักแสดงอาการออกมา หลังจากติดเชื้อไปแล้วประมาณ 1-3 เดือน โดยจะมีอาการ ดังนี้

  • มีไข้, คลื่นไส้, อาเจียน

  • อ่อนแรง และปวดตามข้อ

  • เบื่ออาหาร

  • เบื่ออาหาร

  • ตา และผิวมีสีเหลือง

  • ปวดบริเวณช่องท้อง, ปัสสาวะมีสีเข้ม

การป้องกันไวรัสตับอักเสบบี

ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี โดยเด็กจะต้องรับ 3 เข็ม คือ ตอนแรกเกิด, อายุ 1-2 เดือน และ 6-18 เดือน ตามลำดับ หากเป็นผู้ใหญ่ และไม่เคยรับวัคซีน ควรฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันด้วย

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, อาหารที่มีโซเดียมสูง, อาหารรสจัด และวัตถุดิบจำพวกแป้ง, น้ำตาล หรือไขมัน

  • ควรทำความสะอาดสิ่งของรอบตัว ให้สะอาดอยู่เสมอ

  • ป้องกันทุกครั้งหากต้องสัมผัสสารที่หลั่งออกมาจากร่างกาย และการมีเพศสัมพันธ์

  • ไม่ควรใช้อุปกรณ์ร่วมกับผู้อื่น เช่น ต่างหู และแปรงสีฟัน เป็นต้น