ประชาสัมพันธ์ป้องกันโรคไวรัสนิปาห์
โพสต์เมื่อ :29 มกราคม 2569

         รู้จักไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) โรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง เช็กอาการเบื้องต้น สาเหตุการแพร่ระบาดจากค้างคาว และวิธีป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยตามมาตรฐานสาธารณสุข

         ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) คืออะไร? เปิดประวัติไวรัสอันตราย ไวรัสนิปาห์ หรือ NiV เป็นเชื้อไวรัสในตระกูลเดียวกับไวรัสเฮนดรา (Hendra virus) จัดเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน (Zoonotic Disease) ที่มีความรุนแรงสูง ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998) จากการระบาดในกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรที่หมู่บ้านนิปาห์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นที่มาของชื่อไวรัสชนิดนี้

         องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้ไวรัสนิปาห์เป็นหนึ่งใน “โรคที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ” เนื่องด้วยศักยภาพในการก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ และปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันหรือยารักษาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับมนุษย์

สาเหตุและการแพร่ระบาด

          พาหะตามธรรมชาติของไวรัสนิปาห์คือ “ค้างคาวกินผลไม้” โดยเฉพาะ ค้างคาวแม่ไก่ (Pteropus) เชื้อไวรัสจะอาศัยอยู่ในตัวค้างคาวโดยที่ค้างคาวไม่แสดงอาการป่วย แต่สามารถแพร่เชื้อผ่านสิ่งคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย ปัสสาวะ หรืออุจจาระ

       เช็กอาการ “ไวรัสนิปาห์” สังเกตอย่างไรว่าติดเชื้อ? ระยะฟักตัวของโรคมักอยู่ที่ 4-14 วัน แต่อาจนานได้ถึง 45 วัน โดยอาการสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายระดับ ดังนี้

  • อาการเริ่มต้น (คล้ายไข้หวัดใหญ่)
  • มีไข้สูง ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • เจ็บคอ อาเจียน
  • ไอ เหนื่อยหอบ

          วิธีป้องกันและเฝ้าระวังตนเองให้ปลอดภัย

  • ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนสำหรับมนุษย์ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการลดความเสี่ยงจากการสัมผัสเชื้อ
  • หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรอยแทะ: อย่าเสียดายผลไม้ที่ถูกนกหรือค้างคาวแทะกินไปบางส่วน
  • ล้างผลไม้ให้สะอาด: ก่อนนำมาบริโภคควรล้างผ่านน้ำไหลอย่างทั่วถึง หรือปอกเปลือก
  • เลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย: หากต้องสัมผัสสุกรหรือค้างคาว ควรใส่อุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือและหน้ากากอนามัย
  • สุขอนามัยส่วนบุคคล: ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ